Uncategorized

ผีแดง ปะทะ หงส์แดง

ขอประกาศให้ทราบโดยถ้วนหน้าว่า ลิเวอร์พูล แพ้สามครั้งต่อๆกันเป็นครั้งแรกของฤดู
ช่างจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อะไรอย่างงี้ที่เกมต่อไปของหงส์แดง เป็นการออกไปเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มิได้ยากอะไร เพียงแค่ยากมากมายเท่านั้นแหละ
เด็กหงส์คงพากันก่นอยู่ในใจว่าคนใดแกล้งเขียนสคริปต์ฟระ น่าจับมาดีดติ่งหู 99 หน
จิตใจร้ายมากครับผมที่ให้กลุ่มหนึ่งกำลังเดินสายปัดกวาดความมีชัย 9 นัดหมายรวด มาเจอกับกลุ่มที่แพ้สามเกมซ้อน ถึงแม้ว่าหนึ่งในคู่ประมือน่าภาคภูมิเสนอยิ่งนัก เอิ่ม พลีมัธ อาร์ไกล์
แต่ว่าจะโยนบาปให้โปรแกรมที่ดันมาผิดจังหวะก็คงมิได้ ด้วยเหตุว่าแดงเดือดเวอร์ชั่นแรกเมื่อเดือนตุลาคม เหตุการณ์ก็ทำนองนี้ เพียงแค่สลับร่าง โดยที่ลิเวอร์พูล กำลังเปิดเครื่อง ชนะมา 5 นัดหมายติดทุกรายการ ผิดกับอสุรกายแดงที่ชนะเพียงแค่ 1 จาก 4 เกมลีกก่อนข้ามมาเยือนแอนฟิลด์
โมเมนตัมสวนกัน และเป็นที่มาของแท็กติกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ถนัดนักแล ด้วยการแช่แข็งเกมรุกของหงส์แดงจนกระดุกกระดิกไม่ออก ตลอดทั้งเกมได้โอกาสยิงเข้ากรอบเพียงแค่สามครั้ง
แต่ แม้แผนหยุดรถบัสของมูรินโญ่อาจสำเร็จ อสุรกายแดงบุกตอดคะแนนกลับแมนเชสเตอร์ได้ก็จริง แต่ว่าสำหรับแฟนผี วิธีอย่างงี้ไม่ใช่กรรมวิธีเล่นอันภูมิใจของสโมสร
มูรินโญ่ ถึงเคยสารภาพว่าการคุมกลุ่มระดับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นโจทย์ยากสุดหิน ด้วยเหตุว่าเพียงแค่ชนะอย่างเดียวน้อยเกินไป แต่ว่าต้องชนะอย่างมีคลาสมีสไตล์
นั่นเป็นแดงเดือดยกแรกของฤดูเมื่อเกือบสามเดือนก่อน แต่ว่ามาคราวนี้ เหตุการณ์ของทั้งสองกลุ่มกำลังสวนอย่างสิ้นเชิง
แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในฟอร์มที่เร่าร้อน ผลงานดีเลิศ แต่ว่าจะว่าไปก็ตามมาตรฐานที่ถูกมุ่งมาดตั้งแต่ก่อนเปิดซีซั่น เพียงแค่ไปมีตอนสะดุดหลุดโค้งแฉลบลงข้างทางหน่อยเท่านั้น
ส่วนลิเวอร์พูล ของ พบร คล็อปป์ ถ้าหากเปรียบเทียบกับราคาหุ้นสักตัว ผลงานเวลานี้กำลังถูกดึงกลับมาสู่ราคาฐานรากที่โดยความเป็นจริง ภายหลังจากมีขาใหญ่ช่วยลากไปจนทะลุเพดาน ติดลมทำนิวไฮต่อเนื่องมาหลายเดือน
แต่ว่าตลอดสามนัดหมายหลังตั้งแต่ออกสตาร์ตปีใหม่ หงส์แดงที่เคยบินมากถึงตำแหน่งจ่าฝูง พลาดท่าสะดุดโคน แพ้ภัยตัวเองจากโปรแกรมที่ชุมกว่ายุงลาย ปัญหาบาดเจ็บ รวมทั้งขุมกำลังที่ออกจะเปราะบางจนไม่อาจจะโรเตชั่นแบบเหมากลุ่ม พร้อมด้วยรักษาคุณภาพการเล่น
ลางเริ่มปรากฏในเกมบุกเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 หลังเพิ่งจะลงบในคืนส่งท้ายปีเก่ากับแมนฯ ซิตี้ เพียงแค่ไม่ถึงสองวันที่แล้ว และคล็อปป์ไม่กล้าแม้จะสัมผัสกลุ่มตัวจริงด้วยการเปลี่ยนสัก 1-2 ตำแหน่ง
นอกจากไฟต์บังคับเนื่องมาจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เจ็บจนเล่นมิได้Fun88ต้องส่งเอ็มเร่ ชาน ออกสตาร์ตเจอกับแมวดำ
ต่อเนื่องมาถึงเอฟเอ คัพ กับกลุ่มระดับลีกทูอย่างพลีมัธ ผมขอไม่วิภาควิจารณ์อะไร ด้วยเหตุว่ารู้เรื่องว่าบรรดาดาวรุ่งบวกกับตัวสำรองอย่างชาน, โมเรโน่ หรือลูคัส เลวา เพิ่งจะได้ลงแมตช์ด้วยกันในปีนี้เป็นครั้งแรก ทีมเวิร์กยังไม่เข้าที่เข้าทาง ในฐานะบุคคลภายนอกต้องสารภาพการตัดสินใจบนความเสี่ยงของกุนซือ
แต่ว่าปัญหาที่พุ่งวาบเข้าตามากที่สุดเป็นเกมบุกแพ้เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 ในลีก คัพ รอบรองฯ ครั้งแรก เมื่อคืนนี้วาน
คล็อปป์ จัดกลุ่มชุดใหญ่ทั้ง 11 คนเท่าที่อำนวย แต่ว่าฟอร์มในสนามแทบไม่ต่างจากเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่เล่นกับบอร์นมัธ เอ๊ย พลีมัธ

แต่ แม้จะเป็นกลุ่มชุดใหญ่ แต่ว่าก็ยังขาดตัวหลักในทุกขุมกำลัง ไล่ตั้งแต่ โฌแอล มาติป, เฮนเดอร์สัน, ซาดิโอ มาเน่ ไปจนกระทั่ง ฟิลิปกระเป๋า คูติ ที่เริ่มต้นเกมนี้ด้วยการเป็นตัวสำรอง ก่อนถูกส่งลงในสนามในตอนครึ่งชั่วโมงในที่สุด
มองในแง่ดีจากความพ่ายแพ้ 0-1 เป็นลิเวอร์พูลยังอยู่บนเส้นทางของการลุ้นไปเวมบลีย์ และคงจะยืนยันเพราะทั้งทีมคงไม่เล่นห่วยแตกไปกว่านัดนี้อีกแล้ว
แง่บวกอย่างลำดับที่สอง เป็นฟอร์มไม่เอาถ่านเอาก๊าซของนักเตะบางบุคคล ต้องถูกสแกนกรรมผ่านแว่นของคล็อปป์ทันตามกำหนดก่อนลองเสี่ยงผิดๆถูกๆในเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ด
สมมุติในกรณีที่ไม่ดีระดับสูงสุด เป็นเฮนโด้ กับมาติป ยังกลับมาเล่นมิได้ รวมถึงคูตินโญ่ไม่สมบูรณ์เพียงพอเป็นตัวจริง ผมมั่นใจว่า คล็อปป์ต้องลังเลสองจิตสองใจกับการส่งกลุ่มชุดนี้ลงไปโดนเฉือนซ้ำรอย
ในขณะที่ 11 คนในเกมกับนักบุญ อาจดูแล้วว่าดีเยี่ยมที่สุดเท่าที่มีให้เลือก แต่ว่าคำว่าดีเยี่ยมที่สุดก็ไม่จำต้องใช่ที่สุด
โดยเฉพาะในเหตุการณ์หลังพิงฝาหน้าชนกำแพงอย่างงี้ คล็อปป์ มองออกแน่ๆว่านักเตะผู้ใดกันสอบผ่านหรือสอบตกจนกระทั่งเรื่องของ "จิตใจ"
แดเนียล สเตอร์ริดจ์ โดนแทรกนิดชนหน่อยทำเป็นขาระทวยตัวรูดไปกองกับพื้น พร้อมด้วยส่งสายตาอ้อนความเห็นใจจากผู้ตัดสินตลอดทั้งเกมได้โอกาสสับไกครั้งเดียว แต่ว่าข้ามคานไปโน่น
จังหวะหนึ่งในครึ่งหลังที่คณะทำงานของคล็อปป์ ส่งกระดาษไปถึงมือสเตอร์ริดจ์ เด็กหงส์ในโลกโซเชียลแห่กันโพสต์ทายว่า คล็อปป์เขียนอะไรไปบอกกองหน้าสไตล์ลูกคุณหนู
เอ็มเร่ ชาน เป็นอีกคนที่โดนจัดหนักว่าทำให้จังหวะเกมเสีย ด้วยเหตุว่ามัวแต่บากบั่นโชว์ เก็บบอลนาน แถมจับบอลลั่นห่างเป็นวาไม่ต้องกล่าวถึงตัวต้นสายปลายเหตุทำเสียประตูอย่าง รักทุ่งนาร์ คลาวาน และแบ็กซ้าย เจมส์ มิลเนอร์ ก็ไม่รอดถามคำถามว่าทำไมถึงผิดฟอร์มกันเกือบยกกลุ่ม คำตอบง่ายสุดเป็นคล็อปป์ ติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก
ด้วยนักเตะชุดนี้ คล็อปป์อาจต้องเลือกแผนใหม่ที่ไม่ใช่ 4-3-3 ด้วยเหตุว่าเขาไม่มีตัวรุกริมเส้นสไตล์ของ ซาดิโอ มาเน่ ยิ่งลองใช้สเตอร์ริดจ์ยืนแทน ยิ่งเลอะเทอะออกทะเลไปกันใหญ่การถอยไปรับลึกของกลุ่มนักบุญ ไม่กำเนิดคุณประโยชน์อะไรกับการส่ง เอ็มเร่ ชาน เป็นมิดฟิลด์ตัวข้างที่ต้องเข้าไปอยู่ในดงของแนวรับเจ้าถิ่น รุมบีบจนแทงอล บวกกับความช้าเป็นทุนของนักเตะ
ชาน คงจะปักหลักในตำแหน่งของ ลูคัส เลวา ความสามารถในการผ่านบอลอาจพอกัน แต่ว่ามิดฟิลด์เยอรมัน ได้ประเด็นการหาจังหวะยิงไกล ซึ่งลูคัส ขาดตรงนี้
ผลพวงจากการไม่มีเฮนโด้ เป็นตัวคุมจังหวะเกม และถ่ายบอลซ้ายขวาทำลายโซนรับของคู่แข่งขัน ถูกประจานว่ารุนแรงกว่าที่คิด
คาดกันว่าในเกมแดงเดือด ทั้งเฮนเดอร์สัน และมาติป คงจะมีลุ้นกลับมาลงในสนามได้ เมื่อบวกกับคูติโญ่อีกคน เท่ากับว่าลิเวอร์พูล จะขาดเพียงแค่มาเน่ไปคนเดียว

Uncategorized

อันดับ 4 พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ ยูโรปา ลีก?

แม้ไม่เกิดเหตุ ''ก๊อดสิลล่า Vs. คิงคอง'' ขึ้นบนโลกเน่าๆของเราซะก่อน พรรคพวกภูติผีแดงน่าจะคุ้ยเขี่ยผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ
นี่เป็นโทรฟี่ที่มีความหมายระดับอ๋องเพียงแค่รายการเดียวของยุโรปในที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยสัมผัสอย่าว่าแต่ว่าสัมผัสเลยครับ – ไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ด้วยซ้ำ
ดูราวกับว่าถ้วยนี้ไม่ค่อยถูกโฉลกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด สักเท่าไหร่ แถมส่วนใหญ่พวกเขามักดำรงชีวิตอย่างหรูหราและมีเทือกเถาเหล่ากอกว่าบนทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนานๆถึงจะลดตนเองลงมาเล่นในถ้วยนี้สักครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการถูกบังคับให้มาแบบไม่ค่อยเต็มใจเพียงแต่ฤดูนี้ ถ้วย "ยูโรปา ลีก" เปลี่ยนเป็นจุดหมายลำดับแรกๆที่พรรคพวกภูติผีแดงต้องเอามาให้ต้องได้
เว้นเสียแต่จะหมายถึงเกียรติยศและความสำเร็จ มันอาจจะเป็นเพียงแค่ครั้งทางเดียวที่ช่วยให้พวกเขากลับเข้าสู่ทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกรอบ
การกลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นับว่าสำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากมายครับ สำคัญทั้งในแบบ "รูปธรรม" และ "นามธรรม" เลยทีเดียว ด้วยเหตุว่าเว้นเสียแต่จะเป็นแหล่งรายได้พรั่งพร้อม – การได้มีส่วนร่วมในรายการนี้ไม่มีความแตกต่างจากพลังยั่วยวนใจผู้เล่นระดับดาวดังให้มาร่วมทีมอีกด้วยที่สำคัญเป็นการแทรกตนเองเข้ามาเป็น 1 ใน 4 ลำดับแรกของตารางพรีเมียร์ลีกดูเหมือนเกิดเรื่องยากเยอะขึ้นทุกครั้ง
วันก่อนเพิ่งจะครบรอบ 100 วันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ค้างที่อยู่ในชั้น 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ว่าแล้วหลังจากนั้นก็ล้อเลียนกันสนุกสนามตามสูตรสำเร็จของโลกโซเชี่ยลจริงๆน่าจะทำบุญร้อยวันไปเลย – ไหนๆก็อยู่ในชั้น 6 ครบ 100 วันแล้วนี่ 555
ประมาณดูแล้ว ฤดูนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด คงหนีชั้น 6 ไม่พ้นแล้วล่ะ ด้วยเหตุว่าจะว่าไปในฤดูนี้ พวกเขาได้โอกาสสลัดชั้น 6 ของตนทิ้งไม่น้อยกว่า 4-5 ครั้งเมื่อใดก็ตามจังหวะพุ่งเข้ามาหาก็มักมีอันต้องกำเนิดอะไรขึ้นสักอย่าง ยกตัวอย่างเกมล่าสุดที่เซิ้งกับ บอร์นมัธ ในบ้าน
เกมนั้นแม้ลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นฝ่ายมีชัยก็จะดีดชั้น 6 ทิ้งไปได้อย่างไม่ต้องสงสัยอย่างต่ำๆ2 สัปดาห์ แม้กระนั้นจนแล้วจนรอดก็กลับแออัดยัดเยียดความปราชัยให้แขกไม่ได้ ทั้งๆที่คู่ปรปักษ์เหลือผู้เล่น 10 แถม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษอีกต่างหากอีหรอบนี้น่าจะถูกใครซักคนบนฟ้ากลั่นแกล้งแล้วล่ะหรือไม่ก็คงถูกสาบให้อยู่ในชั้น 6 ตลอดไปกระทั่งจะจบฤดู เท่านั้นยังไม่พอการมีศึกอื่นๆรอบด้านส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งในพรีเมียร์ลีกล้าช้ากว่าคู่ต่อสู้อย่าง ลิเวอร์พูล
เหตุการณ์ล่าสุด ทีมชั้น 6 ของตารางอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกทีมชั้น 4 อย่าง ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างไปเป็น 6 แต้มแล้ว แม้จะแข่งน้อยกว่า 2 นัดก็ตามทีต่อยก่อนได้เปรียบครับเป็นตาม 6 แต้ม โดยแข่งน้อยกว่า 2 นัด ดูเผินๆราวกับไม่เสียเปรียบอะไร – แค่ชนะ 2 นัด แต้มก็จะเท่ากันทันที
แต่ว่ามันยังไม่เกิดขึ้นไงครับ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมาค้ำประกันด้วยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะชนะทั้ง 2 นัดที่หลงเหลือ ผิดกับ ลิเวอร์พูล ที่ลงเล่นไปเรียบร้อย และนำอยู่ 6 แต้มเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

เปรียบเป็นจุดโทษ ลิเวอร์พูล ก็สังหารไปก่อน 2 ลูก โดยเข้าไปตุงตาข่ายทั้ง 2 ลูก ในช่วงเวลาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสยิงทีหลัง 2 ครั้ง แม้กระนั้นถึงแม้ว่าจะเข้าทั้ง 2 ครั้งก็ทำเป็นแค่ตีเสมอ ไม่ซ้ำยังกดดันกว่าทีนี้มาดูโปรแกรมที่คงเหลืออยู่ของทั้ง 2 ทีมครับ
ลิเวอร์พูล เหลือเจอทีมใหญ่ด้วยกันเพียงนัดเดียว เป็นบุกไปเยือน แมนฯ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ แล้วหลังจากนั้นก็มีศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้อีกนัด นอกจากนี้อีก 8 นัดที่เหลือ มีแม้กระนั้นทีมที่เล็กกว่า ขณะโปรแกรมที่เหลือของ แมนฯ ยูไนเต็ด นับว่าหนักกว่าครับ ด้วยเหตุว่ายังต้องเจอทีมใหญ่อย่าง เชลซี, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล รวมถึงนัดหลงเหลือกับ แมนฯ ซิตี้ แถมผลงานในการเจอทีมพิกัดใกล้เคียงกันไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ ด้วยเหตุว่าเพิ่งจะเอาชนะได้แค่ "น้องไก่" ทีมเดียวในฤดูนี้
ด้วยเหตุผลดังกล่าวการหวังว่าจะได้ชั้น 4 บนตารางพรีเมียร์ลีก และได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วยดูเหมือนเป็นอะไรที่เกินตัวไปสักนิดสักหน่อยว่าแล้วคงจะต้องเลือกครับ เลือกไปทางใดทางหนึ่งแบบเต็มกำลัง ด้วยเหตุว่ามันคงจะยากที่จะเก็บคุณไว้ทั้ง 2 ตัว เอ๊ย! 2 คน
พรีเมียร์ลีก เหลืออีก 11 นัด ตามหลังชั้น 4 อย่าง ลิเวอร์พูล 6 แต้ม แข่งน้อยกว่า 2 นัด ประตู-ได้เสียด้อยกว่าอยู่ถึง 8 ประตู แสดงว่าถึงแม้ว่าจะชนะทั้ง 2 นัดในเกมหลงเหลือ แม้คิดจะแซงหงส์แดงก็ต้องชนะคู่ปรปักษ์ 2 นัดรวมกันให้ได้มากกว่า 8 ประตูและไม่เฉพาะแต่ ลิเวอร์พูล ยังมีทีมชั้น 5 อย่าง อาร์เซน่อล ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องฟาดฟันด้วย
แบบนี้เบนเป้าไปที่ ยูโรปา ลีก เต็มกำลังเลยดีกว่า ด้วยเหตุว่าแม้เอาชนะ รอสตอฟ ได้สำเร็จในเกมเมื่อคืนวันพฤหัสฯ แม้จะไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์ก็เหลืออีกแค่ 5 เกมแค่นั้น (2 เกมในรอบ 8 ทีม + 2 เกมในรอบตัดเชือก + 1 เกมในนัดชิงฯ)
แม้คิดจะเอาทั้ง 2 รายการ เป็นชั้น 4 ด้วย แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วย เว้นเสียแต่จะเกินตัวแล้ว บางทีมันอาจดึงกันเองจนถึงพุ่งเข้าชนความผิดพลาดทั้ง 2 รายการ…ก็…เป็น…ได้
ทางที่ดีพนันกับแชมป์ ยูโรปา ลีก ไปเลยดีกว่า ว่าแล้วหลังจากนั้นก็เอาค้อนปอนด์มา "ตีหม้อข้าว" ของตนในพรีเมียร์ลีกทิ้งไปเลย!
เป็นไม่ต้องสนกับการแย่งชิงชั้น 4 อีกต่อไปพลางทำใจเห็นด้วยชั้น 6 ของตนว่ามันก็น่ารักดีเช่นเดียวกันนะ แล้วมุ่งเน้นไปในทางสาย ยูโรปา ลีก เพียงแค่รายการเดียว เปรียบได้กับการตีหม้อข้าวตนเองทิ้ง เพื่อเข้าตีฐานทัพของศัตรู ถ้าไม่ชนะ ถ้ายึดไม่ได้ก็จะไม่มีข้าวสวาปามส์ ด้วยเหตุว่าตนเองตีหม้อข้าวแตกหมดแล้ว ด้วยเหตุดังกล่าวต้องเอาชนะศัตรูหรือคว้าชัยชนะให้ได้เพียงแค่สถานเดียว
ย้อนกลับไปในปี 2005 ลิเวอร์พูล จากภูมิปัญญาของกุนซือหนวด – ราฟาเอล เบนิเตซ ก็เคยใช้แนวทางนี้ครับ เป็นตีหม้อข้าวตนเองทิ้งไปเลย โดยจัดทีมแบบไม่เต็มสูบในพรีเมียร์ลีก เพื่อเน้นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เพียงอย่างเดียว (จนถึงถูกเพื่อนฝูงร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอร์ตัน เอาชั้น 4 ไปครอบครอง)

Uncategorized

จิ้งจอก พบ แมนฯยูฯ


        ''แชมป์เก่า'' เลสเตอร์ แชมป์ตี้ ต้อนรับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นบิ๊กแมตช์ที่น่าดึงดูดอีกหนึ่งคู่ในสัปดาห์นี้
สถานะการณ์ทั้งคู่ทีมที่แตกต่างทำให้เดิมพันเกมนี้ข้นคลั่ก

"เดอะ ฟอกส์" อยู่อันดับ 16 มี 21 คะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 2 นอกจากนี้อันดับในที่สุดของตารางคะแนนคือซันเดอร์แลนด์ห่างเลสเตอร์เพียงแค่ 5 แต้ม นั่นนับได้ว่าช่องว่างระหว่างพวกเขากับโซนตกชั้นมีความห่างไม่มากอะไร

ไม่ใช่เพียงแค่อันดับ 18 อย่างคริสตัล พาเลส เพียงแค่นั้นที่พร้อมแซงพวกเขา ตรงกันข้ามทั้งฮัลล์ ที่บุกไปกระทั่งถึงเสมอแมนฯยูฯ แล้วก็แมวดำมีโอกาสลดช่องว่างในกรณีที่เลสเตอร์พลาดท่าแพ้ในเกม มันเริ่มจากเกมนี้เมื่อรับมือแมนฯยูฯ

ในทางเดียวกัน "ซาตานแดง" ทีมที่รองประธานสมาคมเลสเตอร์ สิตี้ เป็นแฟนคลับมานาน บุกมาคิง พาวเวอร์ ท่องเที่ยวนี้ไม้่มีทางเลือกมากสักเท่าไรนัก แม้หวังพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากพลาดท่าเสมอฮัลล์ สิตี้ อย่างน่าผิดหวัง

อันดับก็ไม่ขยับอยู่ที่ 6 มานานเหลือเกิน ด้วยเหตุนั้นเกมนี้จำเป็นต้องบุกมาสอยเลสเตอร์ติดอยู่บ้านให้ได้ ไม่เช่นนั้นช่องว่างอันโดนยืดแล้วก็พวกเขาก็อยู่อันดับหกถัดไป

สถานะการณ์ที่ต้องการชัยทั้งคู่ทีมแบบงี้….ผมว่าเกมนี้แฟนบอลได้กำไร ไม่มีเล่นเกมแทกติก ดึงเกม ด้วยเหตุว่าผลเสมอไม่ดีต่อทั้งคู่ทีมแน่นอน

ว่ากันถึงเจ้าบ้านในเวลานี้ เคลาดิโอ รานิเอรี เผชิญหน้ากับปัญหายิ่งใหญ่ ไม่ใช่ด้วยเหตุว่าคนคาดหวังเรื่องแชมป์เก่า นั่นมันคือเทพนิยายที่จบไปแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือพวกเขาแปลงเป็นทีมที่จำเป็นต้องลุ้นเรื่องอยู่รอดหรือไม่รอดในพรีเมียร์ลีก

แม้นักเตะได้ขวัญพลังใจจากท่านเจ้าคุณธงชัย ที่อวยพรว่าเลสเตอร์ไม่ตกชั้น แต่ว่าในขณะนั้นสถานะการณ์มันสุ่มเสี่ยงมาถึงจุดนี้แล้ว จะร้อยเปอร์เซนต์คงไม่ได้ นักเตะจำเป็นต้องสู้เต็มกำลังเพื่อความมีชีวิตรอดไม่มีอันตรายในลีกสูงสุด

มองคะแนนแล้วเลสเตอรา์เก็บได้ 21 แต้มจาก 23 เกม เป็นตัวเลขที่ทรามที่สุดในฐานะแชมป์เก่าที่ลงเล่นซีซั่นถัดมา ที่สำคัญฟอร์มตกแบบสุดๆมันเกิดขึ้นด้วยสถิติที่ว่าไม่ยิงประตูคนไหนกันมาสี่ครั้งต่อๆกันเป็นครั้งแรกนับหมดยุค ไนเจล เพียร์สัน เมื่อ พ.ย. 2014

สมัย เพียร์สันเมื่อสามปีก่อนนั้นไม่ยิงคนไหนกัน 5 ครั้งต่อๆกัน

อีกทั้งเกมนอกคิง พาวเวอร์ ในปีนี้แปลงเป็นจุดบอดของเลสเตอร์ ไปแล้ว พวกเขายังไม่ชนะคนไหนกันนอกบ้านเลยในลีกเก็บได้ 3 แต้มจากผลเสมอ 3 นัดนอกเหนือจากนั้นแพ้เรียบ คิดเฉพาะตารางนอกบ้านเลสเตอร์ อยู่อันดับ 19 คืออันดับตกชั้น

ยังดีที่ คิง พาวเวอร์ ยังมีพาวเวอร์ให้นักเตะได้ฝ่าสู้ พวกเขาได้ 18 แต้มในบ้าน อันดับคะแนนเฉพาะในบ้านอันดับ 10 อยู่รอดปลอดภัยสบายๆถ้าไม่คิดมากเล่นในบ้านจำเป็นต้องชนะให้บ่อยๆเข้าไว้ พวกเขามีโอกาสรอดพ้นการตกชั้น

อันนี้เป็นสูตรพื้นฐานของทีมที่ลุ้นรอดไม่รอดในแต่ละปี

เกมในบ้านดี มีแต้มตลอด แบบงี้ไม่ตกชั้นแน่นอนรับประกันได้เลย หลายทีมใช้สูตรนี้บรรลุเป้าหมาย มาแล้วทั้งหมด

ปัญหาของ รานิเอรี ยังคงมีอีกเรื่องหนึ่งคือภาวะทีมของพวกเขาที่แม้จะใหญ่ขึ้น มีเงินทุ่มซื้อนักเตะมากยิ่งขึ้น แต่ปรากฏว่านักเตะค่าตัวแพงดีกรีระดับทีมชาติผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย กลับไม่ได้ช่วยทีมแล้วก็เล่นไม่เข้าระบบอะไรเลย

ไม่เหมือนกับโนเนมทั้งหลายที่เล่นกับทีมมาตลอดยุค รานิเอรี กลับทำได้ดีมากยิ่งกว่ากระจ่าง

การที่นักเตะใหม่ความสามารถสูงๆไม่สามารถที่จะเล่นได้ดีนั้น คือปัญหาที่ทำให้ รานิเอรี ปวดศรีษะเฉพาะในลีก ซึ่งตรงกันข้ามกับชปล. ที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบนอคเอาต์ได้เร็ว ทั้งที่พึ่งพิงชิงชัยชปล. เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมาคม

จุดนี้…รานิเอรี จำเป็นต้องเร่งปรับแก้ ด้วยเหตุว่าช่วงเวลากลางเดือนชปล. จะมาบวกอีกสองนัด นี่ยังมีเกมเอฟเอ คัพ รีเพลย์ให้อ่อนเพลียเล่นอีกหนึ่งเกม ด้วยเหตุนั้นแต้มจำเป็นต้องมา จำเป็นต้องได้ ชัยจำเป็นต้องบังเกิด จะเริ่มในเกมกับแมนฯยุยงไนเต้ดเลยมั้ย

ผมเห็นว่า…ถ้าพวกเขาชนะซาตานแดงได้ ความเชื่อมั่นและมั่นใจ เชิงจิตวิทยาจะมาเพิ่มมากกว่าสามคะแนน

รานิเอรี เองก็ต้องการกระตุ้นสมาชิกให้ฝ่าสู้กับแมนฯยูฯ แล้วก็เน้นชัยหรืออย่างทรามเสมอแมนฯยูฯ ก็ไม่เสียหายอะไร ช่องว่างบางทีอาจถูกลดน้อยลง แต่ว่าชั่วโมงนี้แต้มเดียวก็จำเป็นต้องเอาแล้วละครับ อย่าคิดเป็นแบบอื่น

แล้วเกมนี้ รานิเอรี จะจัดทีมของเขาเช่นไรดี

ปีนีจำเป็นต้องสารภาพว่าเว้นเสียแต่ปัญหาเกี่ยวกับทีมที่ใหญ่ขึ้นแต่เล่นในลีกได้ห่วยลง ส่วนหนึ่งส่วนใดก็มาจากการที่พวกเขามี ริยาด ปีศาจเรส เป็นหัวหอกเกมรุกมาตลอดหนึ่งปีที่ได้แชมปฺ ปีนี้ ปีศาจเรส ถูกจับทางได้ ตัวเขาเองก็ไม่น่าพิศวงเสมือนปีที่แล้ว

เกมรุกเลยขาดความน่าสยองลง…ประกอบกับ เจมี วาร์ดี ก็ไม่สบโอกาสรับบอลสวยๆแล้วก็หลายทีมเล่นกับเลสเตอร์ก็ไม่บุกมาก เน้นเชิง ตั้งรับคอยสวนเหมือนกันเลยแปลงเป็นงานยากไปสำหรับเลสเตอร์

มันคือปัญหาที่มารวมตัวกันจนทำให้ รานิเอรี ปวดศรีษะ แต่ว่าแต่มั่นใจว่า รานิเอรี คงจะยังใช้ขุมกำลังเก่าสู้กับแมนฯยูฯ คือเอานักเตะชุดเก่าๆเป็นแกน แนวรับไม่ต้องกล่าวหลับตาคิดภาพออกสำหรับ 5 ป้อมข้างหลังของพวกเขา รวม ชไมเคิล ด้วย

กึ่งกลางรับ ดินแดนนี ดริงค์วอเตอร์ คุมเกมพร้อมกันกับ เอนดิดี แล้วก็ อัลไบรท์ตัน ส่วนแนวรุกสามคน วาร์ดี, ปีศาจเรส แล้วก็ เดมาไร เกรย์ ในระบบ 4-3-3 ดูให้ดี โอกาซากิ ปีนี้กลายเป็นตัวสำรองบ่อยมาก

รานิเอรี ไม่น่าจะเน้นเกมรุกสู้แมนฯยูฯ แน่นอน การตั้งรับจะแบบไหนอีกเรื่องหนึ่งครับผม

รับลึกหน้าจุดโทษหรือเต็มพื้นที่ในดินแดนตนเอง คุมโซน คอยดักจังหวะ ผีพลาดแล้วสวนกลับ ปลดปล่อยให้ ทีมมูรินโญ เซตบอลบุกเข้าหา แทกติกของ รานิเอรี คงจะออกมาแบบงี้ ด้วยเหตุว่าอย่าลืมว่านัดปัจจุบันโดนสอยเลอะเทอะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 4-1

มั่นใจว่าในบ้าน รานิเอรี ไม่ต้องการให้แมนฯยูฯ เล่นกับพวกเขาได้อย่างงั้นอีก

เช่นเดียวกันครับผมปีนี้เจอแมนฯยูฯ ตั้งแต่ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ แล้วก็พรีเมียร์ลีก แพ้ 2 นัด แต่ว่านั่นไม่ใช่ที่บ้านของเลสเตอรฺ์ ด้วยเหตุนั้นเฉพาะหน้าแฟนตนเองเกมนี้ จะปลดปล่อยให้เป็นนัดที่สามต่อเนื่องกันต่อผีแดงไม่ได้โดยเด็ดขาด

มันควรมีอะไรพิเศษแงะมาสู้…นั่นคือเกมรับแล้วคอยสวนซึ่งพวกเขามีทีเด็ดอยู่แล้ว

ทางฝั่งแมนฯยูไนเต็ด ของ มูรินโญ โดนแฟนพร่ำบ่นยับข้างหลังเสมอฮัลล์ สิตี้ 0-0 ทำให้่อันดับไม่ขยับ ทั้งๆที่กลุ่มบนพลาดหลุดเสมอกับแพ้ พวกเขาแข่งขันคราวหน้ากลับไม่สามารถที่จะฉกชุบมือเปิบนั้นเอาไว้ได้

ยังแช่อยู่ที่ 6 ถัดไป

เกมนี้ มูรินโญ คงจะมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นอีกคราวหน้าจากนัดก่อนจะว่าไปก็พลาดเหมือนกันที่ไม่มี เฟลไลนี ลงสนาม แม้แต่ชื่อสำรองก็ไม่มี ข่าวก็ไม่ได้พูดว่าเจ็บอะไร แต่ว่าเพราะเหตุไรไม่ได้ลงเล่นทั้งๆที่ ฟู ยังพอมีสาระต่อเกมที่มันทื่อๆแล้วทำอะไรคู่ต่อสู้ไม่ได้

นัดนี้เชื่อเลยว่า เฟลไลนี จะกลับมาเล่นตัวจริง เช่นเดียวกันกับตัวรุกอีกคนหนึ่งคือ มาร์กสิยาล ส่วนนักเตะที่แฟนผีต้องการเห็นลงสนามสูงที่สุด แต่ว่า มูรินโญ คงไม่ใช้คือ บาสเตียน ชไวน์สไตนร์

ไม่ทราบดีว่าโกรธแค้นอะไรหนักหนา…

ชไวนี พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเองมืออาชีพ ทั้งๆที่นักเตะระดับเขาผ่านเกม ผ่านการบรรลุเป้าหมายมากกว่า ไมเคิล คาร์ริค ด้วยซ้ำ อายุก็น้อยกว่า จะพูดว่าเก่งกว่าก็ได้อยู่ครับผม แต่ว่า มูรินโย กลับละเลย

ให้เล่นด้วยเหตุว่าขณะนี้กองกลางไม่มีใครเหลือแล้ว เมื่อขาย มอร์แกน ชไนเดอลิน ออกไปจากทีม

ชไวนี ยังมีสาระกับเกมระดับนี้ แล้วก็เขาเองมืออาชีพ ซุ่มซ้อมกับทีม ไม่คิดย้ายทีมไปไหน ต้องการพิสูจน์ตนเองว่ามีสาระกับทีม แต่ว่า มูรินโญ กลับไม่เลือก ให้เล่นแบบเสียไม่ได้ จำเป็นต้องมองว่านัดนี้จะใช้หรือไม่ (คงไม่ใช้)

ดูแล้วการจัดตัวคงออกมาเป็น คริส สมอลลิง กับ มาร์กอส โรโฮ, บลินด์, วาเลนเซีย กึ่งกลางก็ เฟลไลนี, คาร์ริค, ป๊อกบา พร้อมกันกับ มคิทาร์ยาน, มาร์กสิยาล แล้วก็ อิบราฮิโมวิช มั่นใจว่านัดนี้ มาร์กสิยาล คงจะสบโอกาสลงเล่นตัวจริง ถ้าไม่ใช่ก็ ฆวน มาต้า

มูรินโญ คงจำเป็นต้องอ่านไต๋ของ รานิเอรี ออกว่าแม้เป็นเจ้าบ้านแต่ว่าไม่น่าบุก เน้นเกมโต้กลับเพือหวังผลจู่โจมหักหลังแมนฯยูฯ ด้วยเหตุนั้นเขาถูกบีบให้จำเป็นต้องบุก ก็คงบุกแบบไม่พรวดพราด แล้วก็หวังจู่โจมขอบเส้น รวมทั้งใช้ลูกตั้งแต่ ลูกครอสให้มีคุณประโยชน์สูงที่สุด

มี เฟลไลนี อยู่แล้วไม่ต้องกลัว

แม้..เลสเตอร์ มีคู่ขา ฮูธกับ มอร์แกน ที่เล่นลูกกลางอากาศดี แต่ว่าหามสองข้างของเลสเตอร์ ก็ไม่ได้เล่นลูกกลางอากาศได้ดีเท่า มั่นใจว่าการจู่โจมของ มูรินโญ ถ้าเน้นภาคพื้นอากาศ เขาคงจะเลือกเสาสองแล้วก็เสาแรกเป็นหลัก มากกว่าบอมเข้าไปแถวจุดโทษ

ไม่ว่าจะเป็นเตะมุม, ฟรีคิก หรือการเปิดบอลจากข้างๆ กล่าวคือมันจำเป็นต้องให้่ผ่านหัว ฮูธ กับ มอร์แกน โดย อิบราฮิโมวิช เป็นตัวหลอก หรือไม่เช่นนั้นก็วัดกันไปเลย ทั้งอิบรา, เฟลไลนี ซึ่งก็สู้ได้อยู่นะครับ ถ้าแย่งโหม่งกัน

ที่เน้นตามมาคือบอลจังหวะสอง กรณีที่ คู่เซนเตอร์เลสเตอร์ ชิงโหม่งได้ บอลหลุดออกมาพื้นที่อันตราย ผู้เล่นแถวสองของผีแดง จำเป็นต้องมีส่วนช่วยเก็บบอล หนุนไปใหม่หรือเซตบอลเพื่อหาจังหวะยิงประตู

หมากของ มูรินโญ คงจะออกมาแบบงี้

บอลข้างๆ ครอสเข้ามาจะใช้มากแล้วก็เน้นเซตพีส ด้วยเหตุว่าดูแล้วเจาะกึ่งกลางแน่นแน่ เลสเตอร์ รับเต็มพิกัด

ส่วนแฟนผีก็จำเป็นต้องลุ้นหัวข้อการจบสกอร์ของพวกเขาว่าจะเด็ดขาดมากน้อยขนาดไหน ด้วยเหตุว่าปัญหาในขณะนั้นไม่ใช่เรื่องอื่นใด นอกเหนือไปจากการยิงประตูของพวกเขาที่จำเป็นต้องเด็ดขาดมากกว่านี้ ไม่ใช่ทิ้งขว้างช่องทางทอง

Uncategorized

พยัคฆ์ดุกำลังมา

ได้ข่าวมาสักระยะแล้วนะครับว่ามี "เสือ" ตัวหนึ่งกำลังก่อกวนอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนใน ลีก เอิง อย่างควรหนัก

แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นจั๊กแหล่นหรือตกตะลึงอะไรล้นหลาม ด้วยมีความรู้สึกว่า ลีก เอิง เป็นสนามรบหน้าแข้งที่อุดมด้วยกลุ่มที่มีความอู๊ดดี้สูง หรือพูดง่ายๆว่า "หมู" นั่นแหละ

ข่าวสารการปะทุตาข่ายแบบถล่มทลายในศึก ลีก เอิง ของกองหน้าระดับดาวดังคนหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องน่าอัศจรรย์อะไร

ขนาด มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่กลายร่างเป็นไม้ตีพริกแข็งทื่อๆทิ่มแทงดาร์กซ์คนใดก็ไม่ได้เมื่ออยู่ในพรีเมียร์ลีกยังยิงกระจายได้เลยคุณ!

หลักฐานสำคัญเป็นผู้เล่นจำพวกดาวซัลโวตีนพระกาฬจากลีกสูงสุดของฝรั่งเศสชอบเผชิญกับปัญหา ผลิตสกอร์ได้ไม่กระจายอย่างเดิมในสนามรบหน้าแข้งที่ฮาร์ดคอร์มากกว่าอย่างพรีเมียร์ลีก

เป็นต้นว่า มารูอาน ชามัค, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หรือ บาเฟว่ากล่าวมบี้ โกมิส รวมทั้งรุ่นเก่าๆอย่าง สเตฟาน กีวาร์ซ หรือ ฌิบริล ซิสเซ่

เมื่อมาตะบันหน้าแข้งในลีกที่มาตรฐานสูงมากขึ้น ระดับความยากมากเพิ่มขึ้น – จำนวนประตูก็ลดน้อยลงตามกฎระเบียบ

อนึ่ง ขออนุญาตนอกจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่อยู่เหนือกฏเกฌฑ์ข้อนี้

ฤดูกาลนี้ ราดาเมล ฟัลเกา ลงเล่นให้ โมนาโก ใน ลีก เอิง ไปแล้ว 20 นัด โดยกระหน่ำไปแล้วถึง 16 ดอก

ค่าเฉลี่ยในการทำลายตาข่ายให้หมดสิ้นจัดว่าสูงมากนะครับ แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าบางทีอาจเป็นเพราะ ลีก เอิง นั้นมีอัตราความอู๊ดดี้สูงเกินไปกว่าที่จะออกอาการร้องวี้ดว้ายอะไรออกมา

การอยู่กับกลุ่มที่อุดมด้วยดาวดังอย่าง โมนาโก แถมจัดเป็นกลุ่มที่อยู่สูงสุดของห่วงโซ่ของกินของ ลีก เอิง ในฤดูกาลนี้บางทีอาจมีส่วนช่วยเหลือรวมทั้งเกื้อหนุนให้ "พี่เสือ" ถล่มประตูแบบเป็นกอบเป็นกำ…ก็..เป็น..ได้

จนกระทั่งเมื่อคืนนี้วันอังคารที่ผ่านมา

กลุ่มคำไทย "สิบปากว่าไม่เท่าตามองเห็น" ก็ทำหน้าที่ของมันอย่างเคร่งครัดอีกที

แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ โมนาโก ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 กลุ่มในที่สุด ครั้งแรก ท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมจึงได้มองเห็นฟอร์มการเล่นของ ราดาเมล ฟัลเกา แบบเต็มๆอีกที ตั้งแต่แมื่อเดินคอตกออกจากชุดแต่งกายอสุรกายแดง หลังจบฤดูกาล 2014-15 ก่อนจะเจอเรื่องจริงว่าพี่เสือกลับมาแล้ว

กองหน้าวัย 31 ผู้นี้คล่องแคล่วขึ้นเยอะเลยทีเดียวครับผม

ราดาเมล ฟัลเกา ทำได้ 2 ประตูในเกมนี้

ประตูแรกจากการทะยานเข้าไปขวิดลูกตุงตาข่าย ซึ่งบอกให้เห็นถึงสัญชาติญาณของนักล่ารวมทั้งวิญญาณของเพชฌฆาตที่กลับมาสิงร่างอีกที

ส่วนประตูที่ 2 จำต้องใช้คำว่า "เหนือดุจเทพเทวดา"

พี่เสือแกทำร้ายด่านหลังค่าจ้างเกือบจะ 50 ล้านปอนด์อย่าง จอห์น สโตนส์ จนกระทั่งเสียหมา ก่อนบรรจงชิพข้ามหัวผู้รักษาประตูของ แมนฯ ซิตี้ อย่างเหนือชั้นสุดๆ

แม้จะสังหารจุดโทษพลาดไปแบบกล้วยๆแถม โมนาโก เป็นข้างปราชัย แต่ก็พอจะผ่อนปรนได้ว่า ราดาเมล ฟัลเกา กลับมาเป็นยอดเยี่ยมดาวถล่มประตูเหมือนที่ตัวเขาเองเคยเป็นอีกที

คิดและจากนั้นก็เสียดายจัง อิอิอิ

ทวนเข็มนาฬิกากลับไปสักราว 4-5 ปีที่แล้ว

ณ จุดนั้น ราดาเมล ฟัลเกา ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์หน้าตีนวางลำดับที่หนึ่งของโลก (รวมทั้งดาวอังคาร)

2 ฤดูกาลที่เป็นโคตรเพชฌฆาตให้ แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด กองหน้ากลุ่มชาติโคลอมเบียผู้นี้ไล่ถล่มประตูคู่แข่งขันไปถึง 70 ดอก

โน่นนำมาซึ่งการทำให้โคตรมหาเศรษฐีกลุ่มหนึ่งอย่าง โมนาโก จำต้องเอาฟ่อนแบงค์ไปห่อตัวเขาออกมาจากกลุ่มยี่ห้อหมีคอมมานโด

ฤดูกาล 2013-14 หลังจากที่ลงเล่นให้ โมนาโก ไป 19 นัด โดยกระหน่ำไป 11 ประตู "เอล ว่ากล่าวเกร" ก็มีอันจำต้องเจ็บอย่างควรหนัก นอกเหนือจากจะอดลงเล่นในศึกบอลโลก 2014 ที่บราซิล ยังถูกลักพาตัวไปจากฟลอร์หญ้าตรงเวลากว่าครึ่งปีเลยทีเดียว

หายเจ็บกลับมาก็เปลี่ยนเป็นข่าวใหญ่ เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกลงขอยืมตัว ราดาเมล ฟัลเกา มาจาก โมนาโก มาใช้งานด้วยค่าจ้างอันอย่างใหญ่โต ท่ามกลางความปรีด์เปรมรื่นรมย์ของคนขายวิญญาณให้อสุรกายแดงทุกกลุ่มเหล่าที่พากันตรอกบั้นกระเด้ายิกๆๆๆๆๆๆโทษฐานที่กลุ่มตัวเองได้ดาวยิงลำดับที่หนึ่งของโลกมาเป็นหน่วยล่าสังหาร

แต่ก็อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วนั่นแหละครับผม

ฤดูกาล 2014-15 "พี่เสือ" ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทั้งหมดทั้งปวง 29 นัด โดยยิงได้แค่ 4 ประตูเพียงแค่นั้น

อย่าว่าแต่ว่าถล่มตาข่ายเลยครับผม แค่จับบอลยังไม่ค่อยจะอยู่เลย

จากเสือร้ายกลายเป็นเสือกระบากชัดๆ(โถ…พ่อคุณ)

สภาพร่างกายนี่แหละเป็นปัญหาใหญ่ ราดาเมล ฟัลเกา พึ่งกลับมาจากลักษณะการป่วยแข้งอย่างมาก แถมห่างเหินจากการเริงระบำบนฟลอร์หญ้าไปนานเกินกว่าที่จะปรับสภาพให้กับสนามรบหน้าแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วรวมทั้งเอาจริงเอาจังมากอย่างพรีเมียร์ลีก

เมื่อเล่นไม่ได้ รวมทั้งยิงไม่ได้ – ความมั่นใจก็เริ่มลดน้อย ยิ่งยิงไม่ได้ ความมั่นใจก็ยิ่งหดหาย

ฤดูกาลแรกของเขาในเครื่องแต่งตัวอสุรกายแดงจัดว่าล้มเหลวหมดท่า

ถ้าพวกเรามั่นใจว่า ราดาเมล ฟัลเกา เป็นยอดเยี่ยมดาวยิงระดับตีนมหาย่อยยับคนหนึ่งในโลกลูกหนัง เพียงแค่เขาพึ่งหายจากอาการบาดเจ็บหนักมาก สภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย – แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะให้เวลาเขาปรับตัวอีกสักระยะพลางเสี่ยงพนันอีกสัก 1 ฤดูกาล

แต่ภายหลังจากคำนวณดูแล้ว หฝ่าส์ ฟาน กัล คงมีความรู้สึกว่ามันเสี่ยงเกินไปจึงตัดสินใจไม่ต่อสัญญา ด้วยประเมินว่ากองหน้าผู้นี้เป็นผู้เล่นที่หมดสภาพ

ทันใด เชลซี ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกก็โผล่เข้ามาแสยะยิ้มสยอดสยอง

เข้าใจว่าที่ปรึกษาของกลุ่มสิงห์บลูส์ ณ ในเวลานั้นอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ คงอยากได้ "ลองของ" ทำนองว่าหมูไม่กลัวน้ำร้อน แถมยังได้กวนตีนอสุรกายแดงไปในตัวอีกต่างหาก เป็นแกใช้ไม่ได้ใช่ไหม ช่างเถอะ สักครู่กูใช้ให้มองเอง

ฤดูกาลที่แล้วลงเล่นให้ เชลซี ทั้งหมดทั้งปวงแค่เพียง 12 นัด (ทุกรายการ) โดยทำได้แค่ประตูเดียว

ใครซักคนจึงรำพึงรำพันอยู่คนเดียว "ถุย!…นึกว่าจะแน่"

ราดาเมล ฟัลเกา แทบไม่ได้มีความแตกต่างจากเสือแก่ที่สายตาฝ้ามัว-เขี้ยวเล็บสึกกร่อน แถมเป็นเสือลำบากที่โดนกระสุนคนล่าสัตว์จนกระทั่งเจ็บอีกต่างหาก

"เสือลำบาก" ที่หมดสภาพแบบนี้ไล่ล่ากระทิงโทนหรือกวางใหญ่ในป่าไม่ไหวหรอกครับผม

จับกินได้ก็แต่น้องหมาของประชาชนเพียงแค่นั้น!

จบฤดูกาล 2015-16 อดีตกาลดาวยิงตีนวางลำดับที่หนึ่งของเมืองมนุษย์ผู้นี้จึงไม่เป็นที่เรียกร้องของ เชลซี อีกต่อไป รวมทั้งยักษ์ใหญ่กลุ่มอื่นๆด้วยจนกระทั่งจำต้องซานซมกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ โมนาโก อีกที

ยอมรับสารภาพตามจริงว่าผมไม่คิดว่า ราดาเมล ฟัลเกา จะกลับมาอยู่ในฟอร์มอันยอดเยี่ยมของตัวเองอีกที เพราะว่ามองมุมไหนก็พบว่ามันผ่านไปหมดแล้ว เขาผ่านจุดสุดยอดของตัวเองเป็นที่เป็นระเบียบ

ฤดูกาลนี้พี่เสือยิงประตูแรกให้ตัวเองได้สำเร็จในเกมที่ 2 ของ ลีก เอิง ซึ่ง โมนาโก ถล่ม แรนส์ ไปด้วยสกอร์ 3-0

ตั้งแต่แมื่อนั้นก็เริ่มผลิตสกอร์ได้เรื่อยๆโดย 9 ครั้งแรกที่เล่นให้ โมนาโก ในฤดูกาลนี้ พี่เสือแกยิงได้ถึง 7 ประตู

เมื่อกระหน่ำตาข่ายได้อย่างต่อเนื่อง ความมั่นใจก็คืนมาอีกที เช่นเดียวกับสภาพร่างกายที่สมบูรณ์มากขึ้นเรื่อยๆ

เกมล่าสุดที่ เอว่ากล่าวฮัด สเตเดี้ยม ดาวยิงวัย 31 ผู้นี้กดไปอีก 2 ดอกจากที่อธิบายเป็นตัวหนังสือไปนั่นแหละ (คนใดไม่ได้มองถ่ายทอดสดก็ไปพบมองในคลิปเอาแล้วกัน) เท่ากับว่าฤดูกาลนี้ลงเล่นไปแล้ว 26 นัด (ทุกรายการ) โดยทำได้ 21 ประตู

เหนือกว่าสถิติการยิงประตูที่เป็นตัวเลข เป็นฟอร์มการเล่นที่พึ่งมองเห็นแบบใหม่ๆนี่แหละครับผม

สัมผัสได้ถึงความคล่องแคล่วเช่นเสือชายหนุ่มที่สามารถผสมพันธุ์ได้วันละ 200 ดอก โน่นเป็นเหตุผลที่กล่าวว่าเพราะเหตุใดถึงมีความคิดว่า "อวัยวะสืบพันธุ์ของเสือเพศผู้" เป็นยอดเยี่ยมยาบำรุงสมรรถนะทางเซ็กซ์จนกระทั่งเปลี่ยนยอดเยี่ยมในต้นสายปลายเหตุให้สัตว์ป่าจำพวกนี้ใกล้สูญพันธุ์

กว่าครึ่งปีนะครับที่ ราดาเมล ฟัลเกา นอนเบียดกับอาการเจ็บ บวกกับอีก 2 ฤดูกาลเต็มๆที่อุตสาหะหาทางกลับออกมาจากเขาวงกตที่ความตกต่ำ

สุดท้ายก็ทำสำเร็จ – มองเห็นแบบนี้และจากนั้นก็กระปรี้กระเปร่านะครับ

นี่เป็นตัวอย่างชั้นยอด แถมเป็นกรณีศึกษาว่า…มนุษย์เรา ถ้ามีความพากเพียรรวมทั้งอุตสาหะโดยไม่หดหู่หรือท้อแท้ไปเสียก่อน คนที่เคยเป็น "เสือ" ก็มีสิทธิ์กลับมาเป็น "เสือ" อย่างเดิมได้อีกที

…ว่าและจากนั้นก็ให้ระลึกถึงดาวเตะอีกคนที่อายุ 31 เท่า ราดาเมล ฟัลเกา ที่กำลังจะยอมแพ้หนีไปค้าหน้าแข้งพลางโกยเงินในเมืองจีนดีมากยิ่งกว่า เพราะเหตุว่าในตอนนี้ตัวเองไม่มีที่ลงในกลุ่มตัวจริงของอสุรกายแดง

Uncategorized

ใสวันที่ค้อนปลดแล้ว

จะดี-ร้ายสักเท่าใด เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็น่าจะมีที่ยืนในสังคมพรีเมียร์ลีกฤดูหน้าถัดไป หลังพึ่งจะกำชัยล้ำค่าในเกมเดิมพันแต้มไป-กลับเมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
ชัยชนะเหนือสวอนซี ซิตี้ จากประตูโทนของ เชคู กูยาเต้ ได้ส่งให้ทีมขุนค้อนของ สลาเวน บิลิช หายใจโล่งคอขึ้นมากในชั้น 14 ของตารางคะแนน เหนือสิ่งอื่นใดยังดีดตัวทิ้งห่าง "หงส์ขาว" คู่ต่อสู้ในสนามเมื่อวันวานไปไกลถึง 8 แต้มอีกต่างหากจึงนับว่าเป็นแมตช์ปลดแอกสำหรับชาว "เดอะ แฮมเมอร์ส" อย่างแท้จริง หลังพบเจอช่วงตกอับสุดนำเสนอพ่ายในลีก 5 นัดหมายรวด ไล่ตั้งแต่พ่ายเชลซี 1-2, บอร์นมัธ 2-3, เลสเตอร์ 2-3, ฮัลล์ ซิตี้ 1-2 แล้วก็อาร์เซน่อล 0-37 เกมต่อเนื่องกันไม่ชนะคนใดกันแน่ ได้เพียงแค่ 2 แต้มจากผลเสมอเวสต์บรอมวิช 2-2 แล้วก็วัตฟอร์ด 1-1ย้อนไกลกว่านั้น 9 แมตช์ล่าสุดได้เฮเพียงแต่เพียงอย่างเดียวจากทริปฝ่าใต้ไปตีเซ่าธ์แฮมป์ตัน 3-1
เพลานี้ลักษณะอากาศในกรุงลอนดอนช่างแจ่มใสสมกับฤดูใบไม้ผลิ มีแดดออกลมพัดกำลังดี หากแต่ว่าคนละอารมณ์กันอย่างสิ้นเชิงในกลุ่มกองเชียร์เวสต์แฮม
สลาเวน บิลิช ผู้จัดการทีมชาววัวรแอตเรียกร้องให้สมาชิกยืนหยัดต่อสู้ด้วยกันระหว่างแถลงข่าวก่อนแมตช์ แล้วก็สุดท้ายก็มาได้รางวัลตอบแทน
รูปเกมโดยรวมอาจไม่ค่อยสวยหรู ต่อเมื่อแง่งามคือ "ชัยชนะ" แล้วก็ผลหน้าที่การงานเล่นเกมรับที่น่าประทับใจ ไม่เสียประตูทีแรกในรอบ 11 นัดหมาย
ไลน์-อัพเปลี่ยนเพียงแต่ตำแหน่งเดียวจากนัดหมายเยี่ยมอาร์เซน่อลเมื่อกึ่งกลางอาทิตย์ โดยส่ง โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ ลงตัวจริงแทน แอนดี้ แคร์โรลล์ หอกร่างใหญ่ซึ่งสภาพร่างกายไม่ฟิต
ดูตามวิธีการยืน สน็อดกราสส์ ลงเลื้อยริมเส้นทางขวา อีกฟากเป็น มานูเอล ลันซินี่ ส่วน มิคาอิล อันโตนิโอ ถูกดันเล่นกองหน้าสลับกันขึ้นอยู่กับ อันเดร อายิว ผู้ได้ลงล่าตาข่ายต้สังกัดเก่า
นอกเหนือจากนี้อย่างเดิม มาร์ค โนเบิล กัปตันทีมคุมแดนกึ่งกลางร่วมกับ กูยาเต้ แบ็กโฟร์มี แซม บายแรม, โชเซ่ ฟอนเต้, เจมส์ คอลลินส์, อาร์กตูร์ มาซูอากู แล้วก็ผู้รักษาประตู ดาร แรนดอล์ฟ
สมาชิกของ บิลิช ทุ่มเทเป็นพิเศษตั้งแต่อาจารย์ เควิน เฟรนด์ เป่านกหวีด มีลุ้นทันทีจากโอกาสของ อันโตนิโอ รวมทั้งจังหวะที่ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ จับลูกกระแทกเผาขนจาก สน็อดกราส์ บนเส้นประตูพอดี
เวสต์แฮมทำสกอร์นำจนได้ใน "ช่วงเมืองนรก" นาที 44 จากบอลแรกเริ่มที่ โนเบิล ผู้สังสรรค์สวมเสื้อเลือดหมู-ฟ้าครบหลัก 400 ป้ายขึ้นหน้าให้ สน็อดกราสส์ ถวายพาน กูยาเต้ ตะบันเต็มข้อ 25 หลาทิ่มก้นตาข่าย
ชอตต่อมา ห้องเครื่องทีมชาติเซเนกัล ล้นเข้าไปโอบกอดกับแฟนบอลที่นั่งใกล้ขอบสนามทันที–นี่คืออารมณ์ร่วมที่ต่างฝ่ายต่างแสดงออกให้มีความเห็นว่ามุ่งหมายชัยชนะมากพอไหน
เป็นโมเมนต์น่าประทับใจจนมาโดนติดเบรกด้วยใบเหลืองแจกให้ตามกฎการแข่งขันชิงชัย ซึ่งบางครั้งก็มีความคิดว่าควรจะหยวนๆกันหน่อยในเมื่อมันไม่ใช่ความประพฤติร้ายแรง หรือทีท่ายั่วคู่อริแต่อย่างใดเลย
ส่วนร่วมแอสซิสต์ของจอมเลื้อยทีมชาติสกอตแลนด์ก็นับเกิดเรื่องที่ดี หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ฟอร์มการเล่นอยู่เสมอมาตั้งแต่แมื่อย้ายจากฮัลล์ในตอนตลาดหน้าหนาว

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่ม กระนั้นจะต้องดูแม่ทัพข้างหลังบ้านเวสต์แฮมที่เล่นกันมีระเบียบวินัย ช่วยกันกันเข้าซ้อน โดยเฉพาะ คอลลินส์ แล้วก็ บายแรม ต่างบล็อกจังหวะสำคัญไว้ได้ในช่วงท้ายเกม
สิ้นเสียงนกหวีดไปด้วย 3 แต้มแสนล้ำค่า ทว่ามีปัญหาตามมาให้ บิลิช จะต้องขบคิดอีกกระทอกจากการสูญเสียคีย์แมนถึง 2 หน่อโนเบิล กัปตันวันแมนคลับโดนใบเหลืองในนาที 38 สะสมยอดครบเลข 10 พร้อมโทษพักแข้ง 2 นัดหมายหน้า
มิแค่นั้น อันโตนิโอ ปีกเจ้าเวหาตัวท็อปสกอร์ 9 ประตู ยังมาเจ็บเอ็นหลังต้นขา จนกระทั่งจะต้องขอร้องเปลี่ยนออกเองในไม่กี่อึดใจก่อนได้ประตูนำ
ตัวรุกวัย 27 ได้ลงบัญชีแข้งเดี้ยงตาม อารอน เครสส์เวลล์, วินสตัน รีด, อันเจโล อ็อกบอนน่า แล้วก็ เปโดร โอเบียง ซึ่งเดี้ยงไปก่อนหน้าแต่ละรายนามที่ว่ามาล้วนแล้วแต่เป็นแม่ทัพตัวจริงทั้งนั้นเลย!
อย่างไรสิ่งสำคัญที่สุดก็คือชัยชนะ ซึ่งทำให้เวสต์แฮมเก็บแต้มรวมทั้งสิ้น 36 ขออีกเพียงแต่ 4 จาก 6 เกมด้านหลังก็พอเพียงยืนยันรอดชีวิตตามมาตรฐานค่าเฉลี่ย
ต่อเมื่อใช้ตรรกะเดียวกันก็น่าห่วงทีเดียวสำหรับสวอนซี ซึ่งมีเพียงแต่ 28 คะแนน โดนฮัลล์ถีบส่งลงโซนแดงตั้งแต่เมื่อมิดวีกในช่องว่าง 2 แต้ม
ดูกระเตื้องขึ้นอยู่ดีๆในฉับพลันที่ พอล คลีเมนต์ เข้ามารั้งบังเหียนรับช่วงต่อ บ็อบ กางร็ดลี่ย์ ท้ายที่สุดท่าจะเข้าอีหรอบเดิมซะอย่างนั้น! รวมผลพ่ายที่โอลิมปิก สเตเดี้ยมไปด้วย ทีมแว่นแคว้นเวลส์ได้เพียงแค่แต้มเดียวแค่นั้นในรอบ 5 เกมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
1 แต้มดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วมาจากแมตช์ในบ้านกับมิดเดิ้ลสโบรช์ โดยเสมอ 0-0 แบบเกือบแพ้หาก รูดี้ เชสเตด หอกอาคันตุกะโหม่งตรงเป้าแม่นๆอีกนิดเมื่อวันพุธก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาก็โดนสเปอร์สรัวแซง 3 เม็ดในตอน 2 นาทีด้านหลังรวมทดเจ็บค้างรังลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยมอีกต่างหากในทริปบุกสังเวียนย่านสแตรทฟอร์ดยิ่งหนัก ส่องตรงเป้าเพียงแค่ 1 ทีตลอด 90 นาทีโอกาสจะแจ้งจริงๆจะต้องรอถึงช่วงหลังจาก ลูเซียโน่ นาร์ซิงห์ ปีกสำรองชาวดัตช์ซัดผ่านคาน
ปัญหาของทีมหงส์ขาวเว้นแต่เสียประตูง่าย มิได้คลีนชีตนอกบ้าน 15 เกมรวด ก็ยังมีหลักสำคัญเกมรุกที่ลดความสามารถไปมากเมื่อไร้เงา เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ติดโผ 11 คนแรก
หอกยักษ์เลือดบาสก์เจ็บข้อเท้าจนวืดทั้ง 2 นัดหมายก่อน กระนั้นพอกลับมาสำรองได้เมื่อวันเสาร์ก็ยังขาดแมตช์ฟิต สร้างอันตรายอะไรมิได้เลย
ความมุ่งหวังพังทลายสกอร์จะต้องฝากฝังไว้กับ จอร์แดน อายิว น้องชายแท้ๆของ อันเดร ซึ่งสัมผัสบอลในกรอบจุดโทษเกือบจะนับครั้งได้เลยกิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน นักฟุตบอลที่ดีที่สุดของทีมก็มาพบเกมที่เงียบ ออกฤทธิ์ไม่ออกซะอีกอีกปัญหานักหนาร้ายแรงกว่าคือ "ประสิทธิภาพเชิงลึก"
พอล คลีเมนต์ เกือบจะยึดตัวจริงชุดเดิมตลอด 3 นัดหมายหลังที่ไม่มี ยอเรนเต้ เปลี่ยนเพียงแค่จุดเดียวตรงปีกขวา–นาร์ซิงห์ ลงพบโบโร่ ก่อนปรับเอา เวย์น พวกเราท์เล็ดจ์ ลงเลื้อยในแมตช์บู๊สเปอร์ส แล้วก็เวสต์แฮม
นอกเหนือจากนี้อย่างเดิมเด๊ะ ฟาเบียนสกี้ เฝ้าเสา แผงหลังมี ไคล์ นอห์ตัน, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แอลฟี่ มอว์สัน, มาร์ติน โอลส์สัน แดนกึ่งกลาง ลีรอย แฟร์, แจ็ค คอร์ก, ทอม แคร์โรลล์ ตลอดจนสามผสานข้างหน้าอย่าง พวกเราท์เล็ดจ์, อายิว แล้วก็ ซิกข์กี้
ครั้นหันไปยังชอยส์อื่นๆและก็ท้อใจ ไม่นับ ยอเรนเต้ ก็มี กี ซอง-เยือง ห้องเครื่องประเทศเกาหลีใต้ที่ดร็อปลงไปมาก, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ จอมเลื้อยเอปัดกวาดอร์หมดสภาพเดี่้ยงไปนานอ่อำเภอ..เกือบลืม บอร์ฆา บาสโตน ดาวยิงสเปนค่าจ้างแพง ผู้ยังปรับนิสัยมิได้ตั้งแต่แมื่อย้ายมาจากแอต.มาดริดอีกคน! อย่างไรก็ตาม คลีเมนต์ จะได้เปลี่ยนโผแน่นอน2 ตำแหน่งในนัดหมายหน้าที่บ้านวัตฟอร์ดยอเรนเต้ น่าเอากลับคืนตัวจริงในเมื่อใช้งาน อายิว คนน้องแล้วไม่เวิร์กนอกเหนือจากนั้น คอร์ก มิดฟิลด์กัปตันทีมดันข้อเท้าเดี้ยงเพิ่ม จะต้องลุ้นฟิตตัวโก่งแต่ว่าแนวโน้มชวดมีสูงเวลาไม่รออยู่ คลีเมนต์ แอนด์วัว จะต้องรีบคิดรีบทำนำพาสวอนซีกลับมาเก็บแต้มให้ได้ราวกับช่วงแรกๆที่เข้ามารับงาน

Uncategorized

นับถอยหลังสู่ 8 นัดหมายสุดท้ายลุ้นแชมป์พรีเมียร์ระหว่างสิงห์โตน้ำเงิน กับ ไก่เดือยทอง

แต้มห่าง 7 สัปดาห์นี้มีโปรแกรมต่างระยะเวลากันและก็เป็นทีมไก่เดือยทองได้โอกาสลดช่องว่างเหลือ 4 ให้เชลซีกดดัน หากว่าพวกเขาชนะวัตฟอร์ด ได้ก่อน ปลดปล่อยให้เชลซีบุกเยี่ยมบอร์นมัธ ด้วยความกดดันบ้าง

หลังจากทีมคอนเต้ชนะในเกมล่าสุดเขาระบุว่าขออีก 18 แต้มจาก 24 ที่เหลือ โน่นคือชนะ 6 นัดหมาย ถ้าเกิดเป็นได้ชนะรวด 6 นัดหมายนี้เลย เชลซีจะคว้าชัยชนะพรีภรรยารฺ์ลีกโดยทันที

ณ จุดนี้เชลซีไม่ต้องพึงพอใจสเปอร์ส เล่นเพื่อทีมตนเอง เล่นเพื่อชนะอย่างเดียว จะชนะแบบไหน จะต้องชนะ เพื่อทำให้ช่องว่างนั้นคงอยู่อย่างงี้หรือบางทีอาจโชคดีถ้าเกิดสเปอร์สสะดุดมันจะเพิ่มขึ้นและก็ได้ผลสำเร็จเชิงจิตวิทยาให้พวกเขาได้โอกาสใกล้แชมป์มากกว่าชนะรวด 6 นัดหมาย

มันบางทีอาจจะเหลือ 5 หรือ 4 ก้ได้่ขอรับ
กล่าวคือแชมป์อยู่ในมือเชลซีและก็เป็นทีมคอนเต้ ถือถ้วยพรีเมียร์ลีกอยู่ ระหว่างที่สเปอร์สพยายามมายื้อแย่งอยู่ในตอนนี้

สเปอร์สได้โอกาสมั้ยขอรับ???

ผมว่ามีครับ

7 คะแนนกับอีก 8 นัดหมายไม่ห่างขอรับ แม้มันดูเปิดโอกาสให้เชลซีแม้กระนั้นจากการที่พวกเขาพลาดท่าสะดุดต่อคริสตัล พาเลส ติดอยู่บ้าน มันทำให้แลเห็นว่าช่วงท้ายฤดูกาล ความเครียด ความกดดัน ความเกร็งมาเยี่ยมแล้ว

ทั้งๆที่เกมของพวกเขาเหนือกว่าพาเลส ช่องทางยิงมากมาย แต่พลาดไปหมด

ทีมลุ้นแชมป์เกลียดชังและก็กลัวเรื่องอย่างงี้ขอรับ เล่นแล้วมันดูตั้งอกตั้งใจเหลือเกินทั่จะยิง ที่จะชนะคู่แข่งขัน มันผิดธรรมดาตนเองไปซะอย่างนั้น คือถ้าเกิดเชลซีไม่แพ้พาเลส และก็ในวันนั้นสเปอร์สน่าจะแพ้สวอนซีอยู่แล้วขอรับ

แต้มนำ 10 จวบจนกระทั่งช่วงทดเวลาที่ลิเบอร์ตี้ เปลี่ยนเป็นผู้ร่วมทีม เมาริสิโอ โปเชตตำหนิโน มีลูกฮึดไล่ยิงสามประตูระหว่างนาทีที่ 88, 90+1 จนกระทั่ง 90+4 ยิงสามประตูในระยะเวลา 6 นาที กล่าวคือยืงประตูทุกๆสองนาที

ทั้งๆที่ไม่มีตัวความมุ่งหวังอย่าง แฮร์รี เคน ลงในสนาม

โน่นคือข่าวดีและก็แง่มุมบวกๆของแฟนไก่และก็ทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากคำว่า spursy ที่เป็นนิยามของพวกเขาที่มักพลาดท่า ตกม้าตายในเกมสำคัญและก็เกมที่อยากความมีชัยเพื่อลุ้นต่อ ถ้าเกิดเทียบกับปีที่ผ่านมา

ระยะนี้พวกเขาเริ่มห่วยนั่นแหละขอรับ แม้กระนั้นปีนี้พวกเขายังสู้ต่อ ยังไม่หมดลุ้น มันยังได้โอกาสถ้าเกิดสู้ต่อและก็หวังว่าความมีชัยต่อเกมกับสวอนซี จะเป็นพลังแฝงให้นักเตะสเปอร์ส เดินหน้าสู้ต่อ ทั้งๆที่ความมุ่งหวังมีไม่มาก

เพราะแชมป์อยู่ในมือเชลซี และก็ควรเป็นเชลซีเพียงแค่นั้นที่จะพลาด

แฟนไก่คอยลุ้นให้ตนเองชนะไว้ก่อน ต่อจากนั้นค่อยว่ากัน ถ้าเกิดตนเองยังชนะไม่ได้และก็อดสามแต้ม ผมว่าอันนี้ยากละ ด้วยเหตุว่านี่ไม่ได้แข่งขันกับตนเอง พวกเขาแข่งขันกับเชลซี ที่มีความผิดพลาดน้อย นานๆแพ้ที

แม้กระนั้นไม่ต้องมาก…ไม่ต้องถึงกับแพ้หรอกขอรับใน 8 นัดหมายที่เหลือ ทดลองพลาดท่าเสมอสักสองนัดหมายติด แล้วสเปอร์สชนะรวด

มันจะเป็น 6 ต่อ 2 แต้ม พอๆกับเชลซีได้เพิ่มมา 2 เป็น 9 แต้มที่ห่าง แล้วลบออก 6 จะเหลือเพียง 3 เท่านี้ทีมตราไก่ได้โอกาสคว้าชัยชนะได้เท่าๆกับเชลซีแล้วครับ มันคือ 51-49 แล้วครับ ถ้าเกิดนำกันแค่สามคะแนน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยเพลี่ยงพล้ำต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นด้วยเหตุว่าผลเสมอ 3 นัดหมายในช่วงโค้งสุดท้าย หรือเคยเสียแชมป์ให้ อาร์เซนอลตอนนำ 11 แต้มเมื่อถึงเดือน เดือนมีนาคม แม้กระนั้นปืนชนะรวด 10 นัดหมายสุดท้าย ผีหลุดเสมอสองสามนัดหมาย มีแพ้ด้วย

จบเลย….

ถึงแม้ว่าอันโตนีโอ คอนเต้ เคยตกม้าตายกับยูเวนตุๆส แบบว่านำ 5 เมื่อเหลือ 3 นัดหมาย แม้กระนั้นดันแพ้แล้ว ยกแชมป์ให้ลาสิโอไป

แฟนกัลโช คิดออกดีขอรับซีซั่น 1999-2000 ผมเคยเขียนไปกาลครั้งหนึ่ง ด้วยความไม่สบายใจของ คอนเต้ ในฐานะนักเตะยูเวนตุๆสและก็นายจ้างเขาคือ คาร์โล อันเชลอตตำหนิ 8 นัดหมายสุดท้ายแพ้ 4 จากที่นำห่าง

ก่อนลงในสนามนัดหมายสุดท้ายลาสิโอ ของสเวนโกรัน อีริคส์สัน ตาม 2 แต้ม และก็ไปเยี่ยมเรจจิน่า…คือลาสิโอ ชนะเจ้าของบ้าน เรจจิน่า นั้นเป็นได้แน่ๆ เล่นที่สนาม เรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ คูรี ไม่มีปัญหา แม้กระนั้นการที่ยูเวนตุๆสเจอกับประเทศเปรูจา ที่รอดพ้นการตกชั้นไปแล้ว

คนใดกล้าค้ำประกันว่าประเทศเปรูจา จะเล่นเต็มที่???

หนักกว่านั้นคือเกมของลาสิโอจบก่อน แม้กระนั้นเกมของยูเวยังไม่จบ ฝนตกหนักเกมเลื่อนไป 80 นาที ถ้าเกิดเรียลไทม์คือ ลาสิโอ ขณะนั้นแซงขึ้นเป็นผู้นำฝูงในนัดหมายสุดท้ายคอยให้ยูเวนตุๆสเตะจบ และก็ถ้าเกิดชนะประเทศเปรูจา เจ้าม้าลายก็คว้าชัยชนะเหมือนกัน

ผลคือยูเวนตุๆสแพ้ประเทศเปรูจา 1-0 จากลูกอลเวงหน้าเขตโทษ…และก็ตีเสมอไม่ได้ แพ้นัดหมายสุดท้ายถึงกับชวดแชมป์หน้าตาเฉย!

เรื่องราวเหล่านี้อยู่ในหัวของ คอนเต้ จนกระทั่งทำให้พวกเราเองอดคิดไม่ได้ว่า….เขามีบทเรียนราคาแพงเมื่อ 17 ปีกลาย ยุคเป๋นนักเตะ เรื่องนี้ไม่น่ากลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง เขาจะต้องแก้ไขมันให้ได้เมื่อมาเป็นผู้ฝึกสอน

แม้กระนั้นอย่างว่าแหละครับ….ตราบเท่าที่คุณยังทำการแข่งขันอยู่ ช่องทางอย่างงี้มันมีเกิดขึ้นกับแล้วขอรับ

คาร์โล อันเชลอตตำหนิ เคยพลาดแชมป์สคูเดตโต เมื่อขณะนั้น เขาก็ยังพลาดแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกทั้งๆที่นำหงส์แดง ลิเวอร์พูลในปี 2005 อยู่สามลูกเมื่อจบครึ่งแรก แม้กระนั้นสุดท้ายโดนตีเสมอและก็ต่อเวลาพิเศษบุกอย่างไรก็ยิงไม่ได้ แถมแพ้จุดโทษอีก

คอนเต้….น่าจะคิดมากและก็จะต้องพยายามกระตุ้นผู้ร่วมทีมว่านำ 7 แต้ม อย่าหลงระเริง และก็ประมาทผู้เอาอย่างสเปอร์ส ที่น่าจะแพ้สวอนซี แม้กระนั้นพอเพียงตีเสมอได้นาทีที่ 88 พวกเขาสอยอีกสองลูกจนกระทั่งหมดเวลา พลิกกลับมาชนะ 3-1

เรื่องราวอย่างงี้มันไม่ใช่ชนะแล้วได้แค่สามแต้ม

สเปอร์สได้ 9 แต้มเลยขอรับวันชนะสวอนซี

แทนที่ถ้าเกิดแพ้แต้มจะกลับไป 10 แล้วหมดกำลังใจลุ้นแชมป์ ณ จุดนี้ สเปอร์สมีหวัง แม้กระนั้นคงไม่มากพอๆกับเชลซี อันนี้ตามหน้าเสื่อครับ และก็แม้กวาดตาดูโปรแกรม 8 นัดหมายสุดท้าย ถ้าเกิดเชลซีอยากชนะ 6 นัดหมาย

พวกเขาจึงควรเจอกับคนใดบ้าง และก็สเปอร์สเองเจอกับคนใดบ้าง

เชลซี สเปอร์ส

นัดหมายที่ 31 บอร์นมัธ(ย) วัตฟอร์ด (ห)

นัดหมายที่ 32 แมนฯยูฯ (ย) บอร์นมัธ (ห)

นัดหมายที่ 33 เซาแฮมป์ตัน(ห) พาเลส (ย)

นัดหมายที่ 34 เอฟเวอร์ตัน (ย) อาร์เซนอล (ห)

นัดหมายที่ 35 โบโร (ห) เวสต์แฮม (ย)

นัดหมายที่ 36 เวสต์บรอม (ย) แมนฯยูฯ (ห)

นัดหมายที่ 37 ซันเดอร์แลนด์ (ห) ฮัลล์ (ย)

ส่วนเกมเชลซีหลงเหลือวัตฟอร์ด และก็สเปอร์สหลงเหลือกับ เลสเตอร์ นั้น คอยลงวันและก็เวลาทั้งคู่โปรแกรมด้วยเหตุว่าสองทีมนี้มีคิวเตะเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ในวันที่ 22 เม.ย. เจอคุ้นเคย พิสูจน์กันเพราะว่าคนใดได้โอกาสลุ้นดับเบิลแชมป์ได้

ถ้าเกิดดูโปรแกรมแล้วหลังจากนั้นก็หนักเบาไม่ได้แตกต่างกัน แฟนเชลซี มองดูไปที่เกมแมนฯยูฯ กับ เอฟเวอร์ตัน ส่วนแฟนไก่นั้นมองดูเกม อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ และก็แถมเลสเตอร์ สิตี้ ที่ชนะรวดทุกนัดหมายกลับมาเป็นทีมแชมป์ดังเดิม

ปัญหาอยู่ที่ว่านับต่อจากนี้เป็นต้นไป…..คนใดสะดุด ประสบปัญหาแน่ๆ

สเปอร์สสะดุด ช่องว่างจะห่างและก็แทบหมดลุ้น แม้กระนั้นถ้าเกิดเชลซีสะดุดแลสเปอร์สเก็บได้ พวกเขามีลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว และก็สามารถพูดได้เต็มปากว่าได้โอกาสเป็นแชมป์ แต้ม 7 ในตอนนี้ สะดุดสักนัดหมายสองนัดหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชลซี ช่องว่างจะลดฮวบฮาบ

ณ ระยะเวลานี้คงจะต้องให้เครดิตทีมเชลซีของ คอนเต้ ก่อนว่า มีจุดแข็งมากกว่าข้อเสีย และก็พวกเขาพร้อมเป็นแชมป์มากกว่าสเปอร์ส อันนี้ว่ากันตามหน้าเสื่อ ไม่ใช่ว่ากันด้วยความมุ่งหวัง แม้กระนั้นถ้าเกิดทีมของคอนเต้ ไม่อาจจะนำจุดแข็งตนเองเรื่อง รัดกุม พลาดยากเสียยาก มาใช้ได้ทันการ

เสียสมาธิและก็กดดันตนเองมากไป ข้อเสียของพวกเขาจะก้าวมาแทนที่ แบบงั้นช่องทางสะดุดมีมาก เสมือนเกมที่แพ้คริสตัล พาเลสทั้งๆที่โดนบุกไม่กี่ครั้ง โน่นเป็นด้วยเหตุว่าพวกเขาเสียสมาธิ และก็พอเพียงโดนนำ เปลี่ยนเป็นกดดันและก็เกร็งตนเองไป

นี่เกมล่าสุดที่ชนะ แมนฯสิตี้ 2-1 ชี้ให้เห็นว่าพวกเขากลับมามีสติได้อีกครั้ง

ส่วนสเปอร์สไม่ต้องคิดอะไรมาก…ไม่มี แฮร์รี เคน นำแนวรุก พวกเขาจะต้องชนะอย่างเดียว ด้วย ชอน เฮือง ไม่น, เดลเล อัลลี, คริสเตียน เอริคเซน ตัวทำเกมรุกสามคนนี้ที่สลับหน้ากันยิงและก็ช่วยทีมได้ บวกกับเซตพีส เตะมุม ฟรีคิก ที่จะมาช่วยเสริมให้ได้โอกาสชนะง่ายชึ้น

Uncategorized

ท๊อปฟอร์ม เป๊ปเฉลยเหตุเลือกคุมแมนเชสเตอร์ ซิตี้เพราะซิลบา

หัวเรือใหญ่เรือใบ ชี้แจงเหตุผลที่เขาตัดสินใจย้ายมาทำงานในเอติฮัด สเตเดียม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะชื่นชมในฝีเท้าของกองกลางจอมเทคนิครายนี้

เป๊ป กวาร์ดิโอลา หัวเรือใหญ่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงความชื่นชมในฝีเท้าของ ดาบิด ซิลบา กองกลางตัวเก่งของทีมW88พร้อมชี้ว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้เขามาทำงานที่สโมสรแห่งนี้

กองกลางวัย 31 ปี เพิ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมที่ทีมของเขาเอาชนะซันเดอร์แลนด์ 2-0 พร้อมเก็บชัยชนะได้เป็นนัดที่สี่ติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก ทำให้หัวเรือใหญ่ของทีมออกปากชมไม่หยุดหลังจบเกม

"ดาบิดเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดที่ผมเคยฝึกสอนมาในชีวิต ผมโชคดีมากที่ได้ร่วมงานกับเขา" กวาร์ดิโอลากล่าว "หนึ่งในเหตุผลที่ผมตัดสินใจมาทำงานที่นี่เพราะผมดีใจที่ได้ร่วมงานกับเขา ผมอยู่ที่สเปนตอนเขายังเล่นให้บาเลนเซีย ผมอยู่กับบาร์เซโลนาและผมก็คิดว่าผู้ชายคนนี้สุดยอดไปเลย

"แต่สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดตอนที่ผมพบเขาคือเขาเป็นคนที่รักการแข่งขันมาก พวกคุณได้เห็นทักษะของเขาแล้วเพราะเขาอยู่ในอังกฤษมานาน แต่เขาเป็นผู้ชนะ และเขาก็มีจิตใจของผู้ชนะ เขาเป็นนักสู้ เขาขยันวิ่ง และเขาก็เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม"

 

Uncategorized

เคสซิเย่ เผยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมในฝัน แต่ไปสิงโตนํ้าเงินครามก็ได้เช่นกัน

ฟรองค์ เคสซิเย่ มิดฟิลด์ฟอร์มแรงของ อตาลันต้า ยอมรับว่าตัวเองเป็นแฟนตัวยงของ ผี แต่ถ้าเป็น เชลซี ก็พร้อมที่ย้ายเหมือนกัน

 

เคสซิเย่ กําลังทําผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ อตาลันต้า โดยตัวเขาลงสนามไปแล้ว 20 แมตซ์ทําได้ 6 ประตูและ 1 แอสซิสต์มีส่วนช่วยให้ อตาลันต้า อยู่อันดับ 5 ของตารางคะแนนกัลโช่ เซเรียอาในเวลานี้

 

มิดฟิลด์วัย 20 ปีเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่มากมายไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,เชลซี,อาร์เซน่อลและปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 

''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมในฝันของผม''

 

''แต่เชลซีก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน''

Uncategorized

คาร์เล็ตโต้ รอดพ้นแจกนิ้วแฟนบอลหลังบริจาคเงิน

กุนซือทีมพี่เสือรอดถูกแบนหลังชูนิ้วกลางใส่แฟนบอลฝ่ายตรงข้ามในเกมลีกล่าสุด นัดเยือนเสมอ 1-1 แฮร์ธา เบอร์ลิน

 

คาร์เล็ตโต้ กุนซือ บาเยิร์น มิวนิค ยอมรับตนแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งนี้แฟนบอลคนดังกล่าวถ่มน้ำลายใส่ระหว่างเดินเข้าห้องแต่งตัวหลังจบเกม เนื่องจากแฟนบอลแฮร์ธาไม่พอใจผู้ตัดสินที่ทดเวลาบาดเจ็บถึง 6 นาที ทำให้เสือใต้ได้ประตูตีเสมอ

กุนซือของบาเยิร์น มิวนิค ถูกสหพันธ์ลูกหนังเยอรมันเรียกตัวให้มาชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งหลังการสอบสวนเขาได้บริจาคเงินจำนวน 5,000 ยูโร ให้กับองค์กรการกุศลของเดเอฟเบ

Uncategorized

เสี่ยหมู ปัดไปจีนขออยู่ช่วยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก่อน

เสี่ยหมู กองหน้ากัปตันทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาปฏิเสธข่าวลือว่าตัวเขากําลังจะย้ายไปค้าแข้งที่แดนมังกร ซึ่งไม่เป็นความจริง

 

กองหน้า วัย 31 ปีตกเป็นข่าวลืออย่างหนักว่ากําลังจะย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศจีนแถมตัวเขายังไม่ได้รับการการันตีเป็นจริงที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกด้วย

 

แม้เอเยนต์ส่วนตัวของ เสี่ยหมู จะเดินทางไปเจรจาถึงประเทศจีน แต่ทุกอย่างต้องจบลงเพราะเจ้าตัวออกมาปฏิเสธข่าวลือทั้งหมดด้วยตัวเอง

 

''ผมจะอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่อไป ผมดีใจมากที่ได้รับความสนใจจากสโมสรต่างๆ''